วิธีการติดตั้งสำหรับข้อต่อท่อพลาสติกมีอะไรบ้าง อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ?
1. การหลอมความร้อน (การหลอมความร้อน): การใช้อุปกรณ์ทำความร้อนไฟฟ้า ปลายท่อจะถูกให้ความร้อนจนถึงจุดหลอมเหลว ช่วยให้ท่อทั้งสองส่วนชนกันอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิสูง จากนั้นจึงเย็นลงตามธรรมชาติเพื่อสร้างข้อต่อที่แข็งแรง เหมาะสำหรับวัสดุเช่น PVC และ PE
2. อิเล็กโทรฟิวชัน (Electrofusion Welding): ภายในท่อโพลีเอทิลีนได้รับความร้อนจากกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดการหลอมละลายเฉพาะที่ จากนั้นจึงใส่อุปกรณ์อิเล็กโทรฟิวชันเข้าไป เพื่อให้ได้การเชื่อมต่อที่มีความแข็งแรงสูงและไม่มีรอยรั่ว นิยมใช้กับท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่
3. การยึดติดด้วยตัวทำละลาย (การติดด้วยกาว): กาวตัวทำละลายชนิดพิเศษใช้เพื่อสร้างพันธะเคมีที่ปลายท่อและพื้นผิวที่เหมาะสม ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับข้อต่อท่อพีวีซีในระบบประปา
4. แหวนซีลเกลียว/น็อตเชิงกล: ประกอบอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เกลียวหรือน็อตพร้อมวงแหวนซีล ช่วยให้ถอดแยกชิ้นส่วนและบำรุงรักษาได้ง่าย นิยมใช้กับข้อต่อท่อ PP และในการใช้งานที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ
จะทราบได้อย่างไรว่าอุปกรณ์ประกอบท่อพลาสติกอื่น ๆ มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับหรือไม่?
1. ลักษณะที่ปรากฏและความสมบูรณ์ของพื้นผิว: ตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อหารอยแตก รอยขีดข่วน หรือการเสียรูป พื้นผิวควรเรียบ ปราศจากคราบน้ำมัน และไม่มีกาวตกค้าง ลักษณะที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดความล้มเหลวในการซีลได้
2. ใบรับรองวัสดุและรายงานการทดสอบ: ต้องมีใบรับรองผลิตภัณฑ์ รายงานการตรวจสอบวัสดุ และใบรับรองกาวเพื่อให้แน่ใจว่าวัตถุดิบเป็นไปตามมาตรฐานระดับชาติหรืออุตสาหกรรม
3. การทดสอบการซีลและการรั่วไหล: หลังจากการประสานหรือการเชื่อม ให้ทำการทดสอบแรงดันหรือแรงดันน้ำเพื่อสังเกตการรั่วไหล การรั่วไหลมักเกิดจากการยึดเกาะที่ไม่สม่ำเสมอ พื้นผิวที่ไม่สะอาด หรือกาวที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ
4. บันทึกกระบวนการติดตั้ง: เก็บรักษาบันทึกในสถานที่ของกระบวนการสำคัญ เช่น การตัด การขูด การทำความสะอาด การทำความร้อน และการเชื่อม เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามปัญหาด้านคุณภาพและการควบคุมกระบวนการ